หลังจากพาผู้ชมไขคดีใครเป็นฆาตกรเป็นสองภาค เริ่มต้นด้วยคดีฆาตกรรมบนรถ Orient Express จากนั้นจึงย้ายไปล่องเรือในแม่น้ำไนล์

ตอนนี้นักสืบปัวโรต์มีเวลานั่งเรือกอนโดลาในเมืองเวนิสกับภาพยนตร์ภาคต่อ ‘รีวิวหนัง A Haunting in Venice‘ หรือชื่อไทย ‘ฆาตกรรมหลอนแห่งนครเวนิส’ จากแฟรนไชส์นักสืบสุดคลาสสิก

คราวนี้ เขาจำเป็นต้องพบเห็นกับเรื่องเหนือธรรมชาติที่ประสานรวมกับความเฉลียวฉลาดสำหรับเพื่อการไขคดีปัญหาการฆ่าครั้งใหม่ หนังภาคลำดับที่สาม ที่สร้างขึ้นมาจากนิยาย ‘Hallowe’en Party’

อันเป็นผลงานยอดฮิตของราชินีนิยายอาชญากรรม Agatha Christie แล้วก็แน่ๆว่า ครั้งนี้ ยังคงเป็น Kenneth Branagh เจ้าเดิมเจ้าเดิมที่มารับหน้าที่ถ่ายทอดหน้าที่ยอดสายลับ แอร์กูล ปัวโรห์ แล้วก็นั่งแท่นควบคุมเหมือนเช่นเคย

กับคดีใหม่ที่มีกลิ่นหลอนๆกับความเป็นเวนิซ ต้องการทราบเช่นกันว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้าหากเพื่อนๆคนไหนที่อยากรู้ว่าหนังเรื่องนี้จะจบลงยังไง

มาติดตามรับชมการแนะนำหนังไปพร้อม ๆ กันในบทความนี้ได้เลยนะคะ ช่องทางการรับชม ดูหนังฟรีออนไลน์ เว็บหนังออนไลน์คุณภาพดีได้ที่นี่เลยค่ะ

รีวิวหนัง A Haunting in Venice ฆาตกรรมหลอนแห่งนครเวนิส

A Haunting in Venice ฆาตกรรมหลอนแห่งนครเวนิส แฟรนไชส์หนังสืบสวนโดยนักสืบ แอร์กูล ปัวโรต์

เดินทางมาสู่ภาคที่ 3 แล้วกับแฟรนไชส์หนังสอบสวนโดยสายสืบ แอร์กูล ปัวโรห์ ที่ผลิตขึ้นมาจากนิยายของ อกาธา คริสตี้ ถ้าหากคนไหนกันแน่ยังไม่เคยทราบว่าภาคก่อนหน้าเป็นเรื่องใดนั้น

ภาคแรกก็คือเรื่อง Murder on the Orient Express (2017) และก็ภาคสองเป็น Death on the Nile (2022) ซึ่งแต่ละภาคหนังก็จะจบในตัว ซึ่งถึงแม้บางทีก็อาจจะมิได้เป็นหนังที่ดีเยี่ยม

แต่ว่าก็จำต้องสารภาพว่าหนังแต่ละภาคก็มีเสน่ห์ มาภาคปัจจุบันอย่าง A Haunting in Venice (2023) ก็ยกด้วยบรรยากาศหลอนอย่างแจ่มแจ้ง

รีวิวหนัง A Haunting in Venice ฆาตกรรมหลอนแห่งนครเวนิส

ประเภทหนัง: อาชญากรรม, ลึกลับ, สยองขวัญ, ดราม่า
ผู้กำกับ: Kenneth Branagh
ผู้เขียนบท: Michael Green
คะแนนจากผู้เขียน: 6.5/10

ติดตามรีวิวหนังเรื่องอื่นๆ รีวิวหนัง Rebel Moon – Part One :A child of Fire (2023) ภาค 1: บุตรแห่งเปลวไฟ ภาพยนตร์มหากาพย์ไซไฟ

เรื่องย่อ A Haunting in Venice ฆาตกรรมหลอนแห่งนครเวนิส

ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยอดนักสืบแอร์กูล ปัวโรต์ (Kenneth Branagh/เคนเนธ บรานาห์ จากหนังเรื่อง ‘Murder on the Orient Express’ และ ‘Death on the Nile’)

นักสืบที่เกษียณตัวเองแล้ว และหันไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเวนิซ เมืองที่มีทั้งความสวยงามและหรูหรา แต่ดูเหมือนว่า ชีวิตวัยเกษียณของเขากำลังถูกรบกวน เมื่อวันหนึ่ง เขาได้ต้อนรับ อาริแอดนี โอลิเวอร์ 

รีวิวหนัง A Haunting in Venice ฆาตกรรมหลอนแห่งนครเวนิส

(Tina Fey จากหนังเรื่อง ‘Date Night’) นักเขียนผู้มีชื่อเสียงจากผลงานนิยายแนวนักสืบของเธอ และมันได้นำพาให้เขาได้เข้าไปอยู่ในงานฮาโลวีนที่จัดขึ้นในอาคารเก่าแก่ที่มีประวัติหลังหนึ่ง

ในที่สุด เขาก็ต้องไปเข้าร่วมอยู่ในพิธีกรรมติดต่อวิญญาณ ที่ถูกจัดในพื้นที่สุดหลอนโดยไม่เต็มใจ และเมื่อแขกคนหนึ่งถูกฆาตกรรม นักสืบวัยเกษียณจึงถูกผลักเข้าไปในโลกอันดำมืดที่เต็มไปด้วยความลับมากมาย

ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้

เป็นธรรมดาของหนังแนวสืบหาฆาตกรก็จะต้องมีคนตาย ทำให้เรื่องราวของหนังมีจุดที่เป็นสูตรตายตัวอยู่พอสมควร หนังมีตัวละครมากพอให้สร้างเรื่องราวที่เกี่ยวพัน

และเปิดให้คนดูได้ลองคาดเดาว่าใครคือคนฆ่าตัวจริง โดยมีนักสืบปัวโรต์ ศูนย์กลางของเรื่อง เป็นตัวแทนในการสัมภาษณ์และค้นหา

หนังภาคนี้ มีนักแสดงมาร่วมงานมากมายเช่นเคย ทุกตัวล้วนเป็นตัวละครใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Michelle Yeoh/มิเชล โหย่ว เจ้าของรางวัลออสการ์ ในบทคนทรง, Camille Cottin/คามิล คอตติน,

Kelly Reilly/เคลลี่ ไรลีย์, Jamie Dornan/เจมี ดอร์แนน, Kyle Allen/ไคล์ อัลเลน),  Jude Hill/จู๊ด ฮิลล์, Ali Khan/อลี ข่าน , Emma Laird/เอ็มมา แลร์ด และ Riccardo Scamarcio/ริคคาร์โด้ สคามาชิโอ

หนังเริ่มต้นด้วยบรรยากาศของเมืองเวนิซในวันเก่าที่แลดูเงียบสงบ พาเราล่องเรือกอนโดล่าพร้อมกับปัวโรต์ในตอนเดินทางไปยังอาคารหลังหนึ่ง ก่อนจะพบกับงานฮาโลวีนและคนทรง

มิสซิส เรย์โนลด์ส การปะทะกันระหว่างยอดนักสืบที่ใช้ชีวิตบนโลกแห่งการไขคดีฆาตกรรม เขาไม่เคยเชื่อถือในเรื่องวิญญาณและไสยศาสตร์ เช่นเดียวกับ อาริแอดนี โอลิเวอร์ นักเขียนหญิงผู้ที่ทำให้ปัวโรต์กลายเป็นยอดนักสืบที่มีชื่อเสียงและมีคนรู้จักมากมาย

เธอเองก็คิดเช่นกัน เธอเชื่อว่าคนทรงเจ้าเข้าผีทั้งหลายล้วนปลอม เธอจึงชวนเขาไปเข้าพิธีเรียกวิญญาณ หวังจับผิดคนลวงโลก โดยไม่ได้คาดคิดว่าจะต้องไปเจอกับเหตุฆาตกรรม

จุดเด่นและจุดด้อยหนัง

หากแม้ภาคนี้จะยังคงมิได้เป็นภาคที่ดีเลิศนัก แม้กระนั้นก็กลับกลายหนังที่พวกเราถูกใจสูงที่สุดใน 3 ภาค เพราะว่าด้วยหนังยกบรรยากาศความสยองขวัญ ความหลอน

ความมืดมนหมองได้อย่างแจ่มแจ้ง ทั้งงานภาพรวมทั้งอารมณ์ของหนังที่มาด้วยโทนที่ต่างกัน มิได้เล่นใหญ่มากอย่างกับ 2 ภาคก่อนหน้า เลยทำให้ภาคนี้มันมองเบิกบานใจเยอะขึ้นอีกทั้งในองค์รวม บริบทหนัง 

รวมทั้งนักแสดงก็ด้วยด้วยเหมือนกัน อีกอย่างหนังนับว่าค่อนข้างจะดำเนินเรื่องไม่ช้า (ซึ่งภาค 1 และก็ 2 มีความช้ามากมาย) ภาคนี้ก็มีความพอเพียง กลมกล่อมละมุนละไมรวมทั้งเพลิน เลยแปลงเป็นว่าภาคนี้มันสนุกสนานไปตั้งแต่ต้นกระทั่งจบโดยมิได้ขัดข้องอะไรก็แล้วแต่มากมาย

แต่ว่าที่อ่อนด้อยไปก็อาจจะหนีไปพ้นในด้านของเรื่องราวของหนังที่พอเพียงมันถูกทำให้มองง่ายรวมทั้งย่อยง่าย พาร์ทไต่สวนกลางทางก็มิได้พาไปจุดที่เรียกว่าเข้มข้นเยอะแค่ไหน

มีความเรื่อยเล่าตามร่องรอยปัญหาตามสเต็ปหนึ่งสองสามสี่ เลยเสียดายในกลางทางที่หนังออกจะค่อยไปในความเร้นลับ การพยายามตามหาคนไหนกันที่เป็นคนร้ายที่ดูเหมือนมิได้อยู่ในจุดที่ว้าวนักเมื่อเฉลยคำตอบเงื่อนออกมา แต่ว่าอย่างไรก็ดี หนังก็เล่าผสมกับพื้นเพมิติละครให้กับเงื่อนปัญหาที่เฉลยคำตอบออกมาได้มีหัวจิตใจอย่างยิ่งจริงๆ

“A Haunting in Venice” ก็เป็นหนังไต่สวนตื่นเต้นคละเคล้าบรรยากาศสยองขวัญที่ให้ความไม่เหมือนจากภาคก่อนหน้า ที่ยกความสะดุดตารวมทั้งความหลอนได้ดีแล้วก็กระจ่าง

หากแม้บางทีอาจมิได้เป็นหนังที่ดีเยี่ยม แม้กระนั้นความบันเทิงก็ยังให้ได้ครบแล้วก็เป็นหนังที่คงจะสนุกสนานแล้วก็ถูกใจที่สุดใน 3 ภาคของนับสืบ แอร์กูล ปัวโรต์ ส่วนตัวเราให้คะแนนหนังเรื่องนี้ที่ 6.5 เต็ม 10 จ้า

ความรู้สึกหลังรับชม

หนังเพิ่มช็อตตุ้งแช่ หรือ jump scare มาพองามให้ผู้ชมรู้สึกหลอนได้เล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับทำสะดุ้งอะไรขนาดนั้น คือหนังไขคดีที่เพิ่มเติมรสชาติใหม่ด้วยความหลอนแบบสยองขวัญเบาๆ เข้าไป บอกอะไรไม่ได้มากนักในบทรีวิวนี้ เอาเป็นว่า หนังไม่ยืด ไม่อืดอาด

งานภาพสวย เข้าไปดูแล้วอาจชอบการแสดงของเด็กน้อย Jude Hill ที่เล่นไว้น่าเอ็นดูดี เรื่องราวเป็นไม่มีเบื่อ มันไหลตามๆไปไม่ขัดข้องอะไร ภาพแสงสีงาม เอาจริงเอาจังเมืองเขางามนะ แม่น้ำมากมายยังกับวอเตอร์เซเว่นในวันพีช

– การสืบคดีเป็นลุ้นมากมายเอ็ง เป็นทายใจไปสิว่าคนใดกัน นึกว่ามองโคนัน ไปไหนมีผู้ตายตลอดละฉันทายใจไม่ถูกอีกระหว่างผีกับคนนี้แหละคนไหนกันแน่ฆ่ากันแน่ฟะ

– ฉากเข้าเจ้าเป็นหลอนนิดหนึ่งนะมึง แบบป้าเขาแสดงดีอะขนาด แอร์กูล ปัวโร ยังเกือบจะเชื่อละ

– ผีมีโผล่มาตระหนกตกใจอยู่ สะดุ้งตอนฉากอยู่ภายในห้องน้ำเนี่ยล่ะ มันชวนหลอนอะ เพราะว่าตำนานบ้านข้างหลังนั้นมันน่าสะพรึงกลัวยังไง ละเป็นวันฮัลโลวีนด้วย คล้ายวันปลดปล่อยผีปะ มันเลยยิ่งทำให้เรื่องมองหลอน

ส่วนตัวผู้เขียนถูกใจตื่นเต้นดี ชักชวนให้ไขปัญหาไปกับสายสืบ มองจบละจำเป็นต้องกลับไปดูอีก 2 ภาคละ ด้วยเหตุว่ามันบันเทิงใจ ไว้จะมาเล่าอีก 2 ภาคให้ฟังอีกนะ

บทสรุปรีวิวเนื้อหาโดยรวม

ในภาคนี้รายละเอียดเต็มไปด้วยค่อยแสที่น่าดึงดูดและก็มีการเสนอการไต่ถามสอบในแนวใหม่ที่ผสมความลี้ลับรวมทั้งสิ่งเหนือธรรมชาติอย่างการเข้าองค์ทรงผีมาเป็นส่วนประกอบในคดี ทำให้การไขคดีของ แอร์กูล ปัวโรห์

เต็มไปด้วยสีสันและก็รสที่สดใหม่ที่ยังไม่มีผู้ใดเคยลองทำมาก่อน แล้วก็ที่สำคัญการแสดงของ เคนเนธ บราท้องนาห์ ยังคงเต็มไปด้วยสีสัน นี่เป็นการทำทั้งคู่อย่างอีกทั้งดูแล

รวมทั้งแสดงไปด้วยไม่ใช้ว่าจะง่ายที่จะวางกลอุบายและก็วางแผนแบบไหนเพื่อคดีนี้มันเต็มไปด้วยความน่าอัศจรรย์ งวยงงและก็เหนือธรรมชาติอย่างถึงระดับสูงสุด

แถมยังกล่าวร้ายเป็นมนุษย์เขาไปทำให้ แอร์กูล ปัวโรห์ ดูมีเลือดเนื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่เสมือนภาคก่อนๆที่เสมอเหมือนหุ่นยนตร์สายลับที่ออกมาไขคดีเพียงอย่างเดียว

แล้วก็อีกผู้แสดงที่ไม่เอ่ยถึงมิได้ซึ่งก็คือ มิเชล โย่ว ที่สวมบทเป็น ผู้เชิญวิญญาณ Joyce Reynold ที่เข้ามาแต่งแต้มสีสันให้การสืบคดีที่เหนือธรรมชาติภาคนี้มองสมจริงสมจังมากขึ้นไปอีก

ในส่วนของคดีนี้หนังดีขอให้คะแนนที่ 7 / 10 เป็นคดีความที่เต็มไปด้วยสีสีนที่การหยอกเย้า เสียดสี ความสยดสยอง และก็การดำตรงลงไปจิตใจจิตใจของผู้คนได้อย่างดีเยี่ยม

แม้กระนั้นยังขาดความเฉียบคมสำหรับการวางกลยุทธ์ของคนร้ายยังไม่เฉียบคม แล้วก็การเฉลยคำตอบคดีที่ยังมองง่ายไปสักหน่อยถ้าหากแต่งเพิ่มเติมสักนิดคดีนี้จะเป็นคดีความที่เพอร์เฟ็คที่สุดเท่าที่ เคนเนธ บรานาห์ เคยทำมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *